แมทช์ทรงผมยังไงให้เข้ากับสีอายแชโดว์

การเปลี่ยนสีผมจะช่วยเปลี่ยนลุคได้มากและเป็นการหาสไตล์ใหม่ให้กับตัวเอง  สีที่ไม่เคยหยิบมาใช้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็อาจจะเป็นสีที่เข้ากับเราก็ได้  แม้กระทั่งอายไลเนอร์ที่เราไม่เคยใช้มาก่อน ก็อาจจะกลายเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลย ในวันที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ ลองเปลี่ยนสีผมและอายเมคอัพดูสิคะ

5.1

สาวผมดำ

หากคนผิวขาวย้อมผมสีดำจะให้ความรู้สึกเฉียบคมและดูถือตัว หากผมตรงและยาว ไม่ว่าจะทาอายแชโดว์สีอะไรก็เข้ากันได้หมด แต่ด้วยสีผมที่เข้มอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้อายแชโดว์หลายสี เพียงแค่ทาอายแชโดว์สีเทาเป็นอายเบสแล้วเขียนอายไลเนอร์ก็พอแล้ว และไม่ว่าจะเป็นอายไลเนอร์ที่เทาเข้มหรือโทนสีดำโมโนโทน เพียงแมทช์สีอายไลเนอร์ให้เข้ากับสีคิ้ว คุณก็จะดูสวยแจ่มได้  นอกจากนั้นลิปสติกสีแดงยังเหมาะกับคนที่มีผมดำตรงยาวเป็นอย่างมาก

สาวผมสีน้ำตาลแดง     

หากเรามีภาพลักษณ์แข็งกร้าวหรือมีสีผิวที่ค่อนข้างคล้ำ เมื่อย้อมผมสีน้ำตาลประกายแดง และทำผมบ๊อบดัดหรือตัดผมซอย จะทำให้ดูเป็นคนที่กระตือรือล้นขึ้นมา ผมสีนี้เข้ากันได้ดีกับเมคอัพแบบธรรมชาติ และเพิ่มลูกเล่นด้วยอายแชโดว์ผสมมุก

สาวผมสีส้มทองแดง

ผมสีนี้จะช่วยให้เรามีภาพลักษณ์ที่ดูสดชื่นและกระตือรือล้น อีกทั้งยังเหมาะกับเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส ผิวสีแทน เมคอัพสีสว่าง การใช้อายแชโดว์โทนสีน้ำตาลประกายส้ม รวมทั้งการกันคิ้วให้เข้ารูปก็จะช่วยเพิ่มดีกรีความชิคขึ้นไปอีก สีอายแชโดว์ที่เข้ากับผมสีส้มทองแดงคือสีนูทรัลพีช สีส้ม สีทองอ่อนๆ และสีบรอนซ์ค่ะ

ผมสีน้ำตาลธรรมชาติ

การทาอายแชโดว์สีเบจหรือสีเทาอ่อนบริเวณหางตาและเขียนอายไลเนอร์สีน้ำเงินจะทำให้ความรู้สึกว่าเป็นเด็กสาว ผมสีนี้จะเข้ากับอายแชโดว์หลายโทนที่มีประกายสีทอง แต่หากเราลงสีวอร์มบราวน์ ก็จะช่วยเพิ่มความเป็นสาวเมืองหลวงที่มีลุคง่ายๆ สบายๆ ได้อีกด้วยค่ะ

เห็นไหมคะว่าการแมทช์เมคอัพให้เข้ากับสีผมของเรานั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย หากหมั่นหาความรู้ในเรื่องของความเข้ากันของเมพอัพ เราก็จะกลายเป็นสาวเพอร์เฟคได้ไม่ยากค่ะ

เคล็ดลับแต่งตาด้วยอายไลเนอร์ให้สวยคม

อย่างที่เรารู้กันดีว่าอายไลเนอร์นั้นมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดลิขวิด ชนิดแปรง อายไลเนอร์เนื้อแป้งที่ต้องใช้แปรงทา อายไลเนอร์ชนิดดินสอที่นิยมใช้กันมากที่สุด และเจลอายไลเนอร์ที่เริ่มได้รับความนิยมเมื่อไม่นานมานี้

4.1

1.อายไลเนอร์ชนิดลิขวิด

อายไลเนอร์ชนิดนี้จะช่วยเขียนเส้นให้บางและคมชัดได้ รวมทั้งเขียนตาสองชั้นบางๆ ที่หลบเข้าด้านในได้โดยที่ไม่ไหลเลอะ จึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับมือใหม่ที่จำเป็นต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับอายไลเนอร์ชนิดนี้ หากใช้อายไลเนอร์ชนิดดินสอเขียนโครงก่อนแล้วค่อยใช้ชนิดลิขวิดเขียนตาม จะช่วยลดความผิดพลาดได้

2.อายไลเนอร์ชนิดดินสอ

เป็นอายไลเนอร์ที่ใช้ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่  ถึงจะบอกว่าเลอะง่าย แต่สมัยนี้ก็มีอายไลเนอร์ชนิดกันน้ำออกวางขายมากมาย หากเราทาอายแชโดว์ทับจะช่วยป้องกันไม่ให้อายไลเนอร์เลอะได้ในระดับหนึ่ง

3.อายไลเนอร์เนื้อเจล / ครีม

เมื่อเทียบกับชนิดดินสอแล้ว ถือว่าเลอะยากกว่าและสามารถปรับความหนาของเส้นได้ง่าย ต้องใช้แปรงชนิดพิเศษเขียนจึงค่อนข้างยุ่งยาก ถึงแม้จะไม่มีตาสองชั้นหรือไม่ได้ทาอายแชโดว์ แต่หากเราเน้นดวงตาด้วยอายไลเนอร์ชนิดนี้ ก็จะสามารถออกแบบดวงตาได้ตามที่เราต้องการอย่างแน่นอน

4.2

4.อายไลเนอร์ชนิดแปรง

เนื่องจากผสมสารสีดำ เนื้อจึงไม่ค่อยเหนียวเท่าที่ควร มีคุณสมบัติที่ทาได้บางและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ดวงตาดูคมชัด

5.อายไลเนอร์เนื้อแป้ง

หากเราไม่ซื้ออายไลเนอร์เนื้อแป้งแยกต่างหาก ก็สามารถใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มหรือโทนสีดำแทนได้  อายไลเนอร์ชนิดนี้เหมาะกับการเขียนเส้นให้ดูเป็นธรรมชาติ และใช้กับการแต่งหน้าแบบสโมกกี้อายที่ต้องเขียนเส้นให้ดูฟุ้งนิดหน่อย

 

สาวๆ รู้ไหมคะว่า  เพียงแค่เราลองเปลี่ยนสีสันหรือสไตล์การขียนขอบตาก็เปลี่ยนภาพลักษณ์ของเราได้แล้ว และนี่ก็คือพลังอันยิ่งใหญ่ของอายเมคอัพที่แสนน่าทึ่งนั่นเอง หากเราลองมองลึกลงไปถึงลักษณะดวงตาของเราและเลือกที่จะทำอายเมคอัพเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับดวงตาคู่นั้นแล้ว ความมั่นใจก็จะเกิดขึ้น มุมมองของเราก็จะเปลี่ยนไป

แม้กระทั่งรูปร่างของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วย  ยิ่งถ้าหากว่าเราเป็นคนที่ดวงตาแบน ไร้มิติมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของอายเมคอัพก็จะน่าทึ่งมากขึ้นเท่านั้น   แค่เรามีอายแชโดว์และอายไลเนอร์เพียงไม่กี่ชิ้น กับมาสคาร่าอีกแท่ง ก็สามารถเผยเสน่ห์ในแบบที่เราต้องการได้แล้วล่ะ ขอให้สาวๆ ค้นพบความงามที่ซ่อนอยู่ในตัวเองผ่านการแต่งหน้าเหล่านี้นะคะ

 

เคล็ดลับจัดการกับอุปกรณ์แต่งหน้า

ถ้าอยู่ดีๆ แล้วใบหน้าของเรามีสิวขึ้นอย่างไร้สาเหตุ จนทำให้แต่งหน้าไม่สวยแล้วล่ะก็ ก่อนที่จะโทษเครื่องสำอางหรือผิว ให้ลองตรวจสอบสภาพอุปกรณ์แต่งหน้าดูก่อน ถ้าไม่ได้จัดการและทำความสะอาดอย่างถูกต้องเป็นประจำทุกวันหรือทุกสัปดาห์ อุปกรณ์เหล่านั้นก็อาจจะแปรสภาพเป็นยาพิษต่อผิวได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องรู้จักจัดการกับอุปกรณ์แต่งหน้าอย่างชาญฉลาดค่ะ

3.1

1.แปรงทาอายไลเนอร์และแปรงทาปาก

แปรงเหล่านี้จะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ง่ายที่สุด ใช้แค่เพียงครั้งเดียวก็ทำให้เครื่องสำอางจับติดแข็งเป็นก้อนได้ โดยเฉพาะแปรงทาปากที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเวลาที่ใช้เติมลิปสติกอาจจะมีเศษอาหารติดไปด้วยก็ได้  และแปรงทาอายไลเนอร์ก็อาจจะทำให้ตาเกิดการติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ

วิธีทำความสะอาด

ทุกวันก่อนที่เราจะใช้แปรง ให้ใช้กระดาษทิชชู่หรือสำลีที่ใช้กับเครื่องสำอางมาจุ่มน้ำยาทำความสะอาดแปรงในปริมาณที่พอเหมาะแล้วเช็ดทำความสะอาดแปรงเบาๆ จากนั้นใช้กระดาษทิชชู่แผ่นใหม่จัดแต่งทรงแปรงแล้วเช็ดน้ำยาออก รอให้แห้งแล้วค่อยนำไปใช้ หรือจะใช้อายรีมูฟเวอร์ก็ได้ ที่สำคัญคือ ควรใช้แชมพูหรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีค่าเป็นกลางทำความสะอาดแปรงเหล่านี้ แล้วใช้น้ำอุ่นล้างออกสัปดาห์ละครั้ง

2.พัพฟ์ทาแป้ง

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้บ่อย จึงทำให้มีโอกาสสัมผัสกับอากาศอยู่บ่อยๆ ฝุ่นขนาดเล็กจึงสามารถเข้าไปติดอยู่ด้านในได้ แป้งกับพัพฟ์ต้องเก็บแยกกัน และถ้าซื้อพัพฟ์หลายๆชิ้นมาใช้ ก็ควรจะเก็บไว้ในกระเป๋าที่มี

หันมาใส่ใจอุปกรณ์แต่งหน้าเหล่านี้กันมากขึ้นนะคะสาวๆ ผิวหน้าของเราจะได้สวยเนียนใสไร้สิวไปทุกวันยังไงล่ะ

 

 

เคล็ดลับเขียนอายไลเนอร์ให้เข้ากับรูปตาแต่ละแบบ

นอกจากเกิดเป็นผู้หญิงต้องสวยแล้ว ยังต้องรู้จักเทคนิคในการเสริมจุดเด่นกลบจุดด้อยด้วยถึงจะเพอร์เฟค วันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้คุณสร้างอายเมคอัพที่เหมาะกับรูปตาของตัวเองได้ค่ะ

2.1

1.สาวๆ ที่มีดวงตาสองข้างห่างกัน

ให้เริ่มเขียนอายไลเนอร์แบบดินสอหรือแบบเจล ลากจากบริเวณที่ห่างจากหัวตาออกไปประมาณ 1 มิลลิเมตร จะช่วยให้ช่องว่างระหว่างดวงตาทั้งสองข้างดูแคบลง

2.หากดวงตาทั้งสองข้างไม่ได้ห่างกันมากนัก

จำไว้ว่าอย่าเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาล่างทั้งหมด แต่เขียนแค่เศษหนึ่งส่วนสามเท่านั้น และไม่ต้องวาดหางตาออกไป เขียนให้เส้นขอบตาล่างและขอบตาบนเชื่อมต่อกัน

3.ดวงตาที่หางตาคล้ำหรือตาชั้นเดียว

ให้ทาอายแชโดว์มุกสีเรียบๆ ลงบนเปลือกตา แล้วค่อยเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาบนให้หนา ส่วนขอบตาล่างให้ใช้อายไลเนอร์ชนิดดินสอสีขาวเขียนทับไม่ให้เห็นสีผิว จะทำให้ดวงตาดูสดใสมากยิ่งขึ้น

4.ดวงตาโปน

หลังจากที่เขียนอายไลเนอร์สีดำหรือสีเข้มๆ แล้ว ให้ใช้อายแชโดว์โทนสีเดียวกับสีอายไลเนอร์ทาทับ และถ้าเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาบนและล่างให้เชื่อมต่อกัน จะทำให้ดวงตาดูมีมิติมากยิ่งขึ้นค่ะ

2.2

5.ดวงตาแบบหางตาชี้

บริเวณหางตาให้ลากเป็นเส้นตรงในระดับเดียวกับดวงตา จากนั้นเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาล่าง บริเวณด้านบนของเส้นอายไลเนอร์จะเกิดส่วนที่เป็นรูปสามเหลี่ยม ในส่วนนี้ให้ใช้อายแชโดว์เบลนให้เต็ม

6.เติมสีสันให้ขอบตาล่าง

การเขียนขอบตาล่างด้วยสีสันต่างๆนั้น จะให้ความรู้สึกแปลกใหม่ และในขณะเดียวกันก็ทำให้ดูเสมือนกำลังใส่คอนแทคเลนส์สีอยู่ สำหรับดวงตาที่เห็นเส้นเลือดในตาชัด ให้เขียนขอบตาล่างด้วยสีน้ำเงินหรือม่วง จะช่วยให้ดวงตาดูสว่างสดใสขึ้น

สำหรับสาวตาชั้นเดียว ต้องอายไลเนอร์ชนิดเจล

สาวๆ ที่มีตาเล็กหรือตาชั้นเดียว การเขียนอายไลเนอร์จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้ดวงตาได้มากกว่าเดิมและทำให้ดวงตาดูโตขึ้นได้ด้วย  ตาลักษณะนี้ต้องเขียนอายไลเนอร์ให้ค่อนข้างหนา  ดังนั้นเพื่อป้องกันอายไลเนอร์ไหลเยิ้ม เลือกชนิดเจลจึงเหมาะสมที่สุดค่ะ

ลองใช้อายไลเนอร์ชนิดดินสอแบบทูโทนดูสิ

อายไลเนอร์สีดำ + สีน้ำตาล สีม่วง สีเงิน จะได้สีที่ดูเป็นธรรมชาติ จุดสำคัญคือ ต้องวาดเส้นสีดำให้ชิดกับแนวขนตา และเขียนสีอื่นบนแนวอายไลเนอร์สีดำเพื่อไล่สี  ก่อนจะเกลี่ยให้เข้ากัน การรวมสองสีเข้าด้วยกันแบบนี้จะทำให้ตาดูโตและเป็นธรรมชาติกว่าการวาดอายไลเนอร์สีดำบางๆ เพียงเส้นเดียวค่ะ

เคล็ดลับการใช้แปรงทารองพื้น

เดี๋ยวนี้แปรงทารองพื้นกำลังเป็นที่นิยม  ถึงจะตามกระแสซื้อไว้สักอันเหมือนคนอื่นๆ แต่สาวๆ น้อยคนนักที่จะใช้แปรงได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม  ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะใช้มือลงรองพื้นได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เวลาที่อยากโชว์ผิวที่แวววาวและเปล่งประกายอย่างอ่อนโยน อีกทั้งยังรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ล่ะก็ แปรงก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ต้องการปกปิดบริเวณร่องจมูกและบริเวณที่มีตำหนิ แปรงจะมีประโยชน์มากๆ เวลาต้องการปกปิดรูขุมขนและเติมเต็มร่องริ้วรอย

1.1

สิ่งที่ควรทำ

ถึงเราจะใช้รองพื้นในปริมาณที่น้อย แต่ก็สามารถทำให้ผิวดูเนียนและเปล่งประกายได้ค่ะ ทั้งยังช่วยปกปิดอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทำให้รู้สึกถึงความแปลกปลอมแต่อย่างใด และช่วยให้รองพื้นติดทนนานด้วย  โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการโชว์ผิวเปล่งประกายหรือผิวที่ดูมีน้ำมีนวล

สิ่งที่ไม่ควรทำ

หากยังไม่มีทักษะในการใช้แปรง อาจจะทำให้หลงเหลือรอยแปรงได้ จึงควรระวังให้ดี ถ้าใช้กับผิวแห้งหรือผิวที่มีสิวอย่างไม่ถูกวิธี เชลล์ผิวที่ตายแล้วจะหลุดออกมาได้ง่าย การใช้แปรงจึงเหมำกับคนที่มีผิวหน้าเรียบเนียนมากกว่าค่ะ

เทคนิคง่ายๆ ในการใช้แปรง

เราควรผ่อนแรงมือที่ใช้จับแปรง สิ่งสำคัญอยู่ที่การปัดแปรงจากบริเวณกลางใบหน้าออกมาด้านนอกตามทิศทางของผิว  เวลาที่ใช้รองพื้นชนิดครีม ต้องใช้แปรงเบลนให้เนื้อรองพื้นซึมเข้าไปในขนแปรงก่อน ไม่ใช่ใช้แปรงแต้มรองพื้นแล้วทาบนใบหน้าเลย  สำหรับใบหน้าที่มีขนอ่อนเยอะๆ การใช้แปรงทารองพื้นจะช่วยให้ทาได้ละเอียดทั่วถึงกว่าการใช้มือทา เพราะเนื้อรองพื้นจะแทรกซึมเข้าไปในขนแปรงอย่างทั่วถึงหลังจากที่ทารอพื้นด้วยแปรงเสร็จแล้ว ให้ใช้มือทั้งสองข้างทำท่าปิดหน้าแล้วใช้ฝ่ามือกดทาบลงไปเบาๆ จะยิ่งทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น

แต่ถ้าหากมีบริเวณที่มีสิวหรือตำหนิที่เห็นได้ชัด ให้ใช้ฟองน้ำลงรองพื้นอีกครั้งหนึ่งก็จะช่วยปกปิดและให้ความรู้สึกชุ่มชื้นแล้วล่ะค่ะ

 

 

ตั้งน้ำตก น้ำพุ หน้าบ้านเพื่อเสริมโชคลาภตามหลักฮวงจุ้ย

5.1

ปัจจุบันคนนิยมหันมาตกแต่งบ้านด้วยน้ำตก น้ำพุ กันมากขึ้น ซึ่งตามหลักของฮวงจุ้ยกล่าวว่าจะทำให้มีโชคลาภ นำพาความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการตกแต่งครบครบทั้ง 5 ธาตุคือ ดิน น้ำ ทอง ไม้ และไฟ  จะเกิดเป็นมหาโชคลาภกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเรามาตกแต่งบ้านด้วยน้ำตกน้ำพุตามหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่าค่ะ

แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า การติดตั้งน้ำตก น้ำพุนั้นถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ถ้าบังเอิญตั้งถูกก็จะเกิดโชคลาภตามที่หวัง แต่ถ้าไม่ใช่ ผลที่ได้อาจจะตรงกันข้ามเลยทีเดียวก็ได้  วันนี้เรามีเคล็ดลับการตั้งน้ำพุและน้ำตกที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ

การตั้งน้ำตก

ปัจจุบันมีน้ำตกแบบสำเร็จรูปให้เลือกซื้อมากมาย หรือใครมีฝีมือก็สามารถทำเองได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีซื้อสำเร็จรูปหรือทำเองก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อติดตั้งคือ ทิศทางการไหลของน้ำ ต้องให้ไหลเข้าหาตัวบ้าน บ่งบอกถึงการพาเงินพาทอง พาโชคลาภเข้าบ้าน หากตั้งให้ทิศทางของน้ำไหลออกจากตัวบ้านก็จะทำให้เงินทองไหลออก ดังนั้นหากใครเกิดปัญหาติดขัดเงินทอง ลองสังเกตน้ำตกที่ติดตั้งว่ามีทิศทางการไหลของน้ำออกจากตัวบ้านหรือไม่ ถ้าใช่รีบแก้ไขเสีย แล้วโชคลาภเงินทองจะสะดวกขึ้นแน่นอนค่ะ

5.2

การตั้งน้ำพุ

การตั้งน้ำพุทำได้ง่ายกว่าการติดตั้งน้ำตก เพราะไม่ต้องคำนึงถึงทิศการไหลของน้ำว่าจะต้องไหลเข้าออกจากตัวบ้าน ขอเพียงแต่ให้น้ำพุไหลพุ่งขึ้นบนแล้วตกลงมา แสดงถึงโชคลาภเงินทองที่พวยพุ่งขึ้นมา น้ำพุยิ่งสูงยิ่งแรง แสดงถึงโชคลาภที่มาก ที่เข้ามาอย่างเร็วและแรง ดังนั้นหากน้ำพุของคุณพุ่งต่ำและดูว่ามีแรงพุ่งของน้ำน้อย ก็ต้องปรับแรงดันน้ำพุซะใหม่ ยิ่งแรงยิ่งดีเลยค่ะ

การตั้งน้ำตามหลักของฮวงจุ้ย หมายถึงน้ำตกและน้ำพุเท่านั้น เพราะเป็นน้ำที่ไม่หยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ก็เหมือนกับการพาโชคลาภเงินทองเข้าบ้านตลอด มาอย่างไม่ขาดสาย ใครที่ตั้งบ่อน้ำนิ่งไว้หน้าบ้านต้องรีบหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน ระวังเงินทองจะนิ่งตามน้ำที่อยู่ในบ่อ   อีกเรื่องที่สำคัญมากก็คือควรตั้งบ่อน้ำไว้ทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก เพราะเป็นทิศของธาตุน้ำ ไม้ และทอง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกันและกันได้เป็นอย่างดี ส่วนทิศใต้ไม่ควรตั้งเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะ เพราะมันจะทำให้โชคลาภไหลออกจากบ้านและนำเงินทองไหลออกไปด้วยนั่นเอง

ตกแต่งพื้นบ้านเป็นรูป 3 มิติสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทะเล

เคยมั้ย ที่เบื่อบรรยากาศในบ้านสุดๆ อยากไปเที่ยวทะเล อยากไปเดินห้าง อยากนอนนับดาว ฯลฯ แต่ก็ได้แค่คิด เพราะความจริงเราก็ยังอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ บ้านหลังเก่า ห้องนอนห้องเดิม กินข้าวด้วยบรรยากาศเดิมๆ อย่าเพิ่งหมดหวังค่ะ ชีวิตมีทางเลือกเสมอ  เรามีไอเดียเด็ดๆ ตกแต่งพื้นบ้านของคุณให้เป็นสถานที่ที่คุณชอบ ที่คุณอยากไปสัมผัสมากที่สุดโดยเฉพาะทะเล มาดูกันเลยค่ะ ว่าไอเดียตกแต่งพื้นบ้านให้มีบรรยากาศเป็นทะเล เป็นยังไง

ห้องน้ำริมทะเล หาดทราย สายลม

คงจะดีไม่น้อย ถ้าทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำจะได้สัมผัสบรรยากาศหาดทราย ทะเล บรรยากาศโปร่งสบาย น้ำใสมองเห็นปลาดาว แทบไม่อยากออกจากห้องน้ำเลยใช่มั้ยคะ เพียงแค่ติดกระเบื้องพื้นเป็นลวดลายของหากทะเลที่สวยงามหรือติดวอลเปเปอร์พื้นชนิดกันน้ำก็ได้ แค่นี้ห้องน้ำธรรมดาๆ ของเราก็จะกลายเป็นห้องน้ำที่ให้บรรยากาศเหมือนได้อยู่ท่ามกลางทะเลแล้วล่ะ

4.1

เคยมั้ย ที่เบื่อบรรยากาศในบ้านสุดๆ อยากไปเที่ยวทะเล อยากไปเดินห้าง อยากนอนนับดาว ฯลฯ แต่ก็ได้แค่คิด เพราะความจริงเราก็ยังอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ บ้านหลังเก่า ห้องนอนห้องเดิม กินข้าวด้วยบรรยากาศเดิมๆ อย่าเพิ่งหมดหวังค่ะ ชีวิตมีทางเลือกเสมอ  เรามีไอเดียเด็ดๆ ตกแต่งพื้นบ้านของคุณให้เป็นสถานที่ที่คุณชอบ ที่คุณอยากไปสัมผัสมากที่สุดโดยเฉพาะทะเล มาดูกันเลยค่ะ ว่าไอเดียตกแต่งพื้นบ้านให้มีบรรยากาศเป็นทะเล เป็นยังไง

ห้องน้ำริมทะเล หาดทราย สายลม

คงจะดีไม่น้อย ถ้าทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำจะได้สัมผัสบรรยากาศหาดทราย ทะเล บรรยากาศโปร่งสบาย น้ำใสมองเห็นปลาดาว แทบไม่อยากออกจากห้องน้ำเลยใช่มั้ยคะ เพียงแค่ติดกระเบื้องพื้นเป็นลวดลายของหากทะเลที่สวยงามหรือติดวอลเปเปอร์พื้นชนิดกันน้ำก็ได้ แค่นี้ห้องน้ำธรรมดาๆ ของเราก็จะกลายเป็นห้องน้ำที่ให้บรรยากาศเหมือนได้อยู่ท่ามกลางทะเลแล้วล่ะ

4.2

พื้นห้อง 3 มิติ เห็นปลาแหวกว่ายใต้น้ำใส

อะไรจะมีความสุขเท่า เมื่อคุณเลิกงานย่างเท้าเข้าบ้าน แล้วพบกับบรรยากาศสดใส เห็นน้ำใสๆ มีปลาแหวกว่ายอยู่ใต้เท้าของคุณ  ความเหนื่อยเมื่อยล้าจากการงาน แทบจะหายมลายไปทันที ยิ่งได้เครื่องดื่มเย็นๆ ที่วางรออยู่บนเคาน์เตอร์ บอกได้เลย ชีวิตจะยังต้องการอะไรอีก เมื่อความสุขอยู่ในบ้านของคุณทุกเวลา ซึ่งคุณสามารถเพิ่มความสุขเหล่านี้ให้กับตัวเองได้ไม่ยากเลยล่ะ

4.3

ห้องแสนสุขสำหรับเด็ก

แทบไม่ต้องจินตนาการเลยว่า เด็กๆ จะมีความสุขมากขนาดไหนถ้าได้เห็นเจ้าโลมาหรือวาฬ อยู่ในบ้านหรือในห้องตลอดเวลา คุณอาจจะตกแต่งพื้นบ้านให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์น้ำอื่นๆ ใต้ท้องทะเล เด็กๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติไปในตัว อีกทั้งการตกแต่งพื้นห้องแบบนี้ยังช่วยพัฒนาการลูกน้อยได้อีกด้วยนะ

ตอนนี้คุณมีทะเลที่ไหนสักที่ ที่อยากไปหรือยังคะ ถ้ามีแล้ว รีบไปเลยค่ะ ไปเลือกซื้อของแต่งบ้าน แล้วมาทำเป็นพื้นบ้านให้เป็นทะเลที่คุณอยากไป ไม่ต้องเดินทางไปทะเลจริงๆ  แถมยังเสมือนได้อยู่ชิดติดทะเลได้ทุกวันทุกเวลาที่อยู่บ้าน แค่คิดก็มีความสุขแล้วใช่มั้ยคะ ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาได้ไปเที่ยวมากทีเดียว ถึงแม้จะไม่ได้มีความสุขทางกายแต่แค่มีความสุขทางใจก็ดีที่สุดแล้วจริงไหมคะ

 

 

ไอเดียการจัดตกแต่งบ้าน 5 แบบ 5 สไตล์ที่สวยจนต้องอยากจัดตาม

3.1

แต่ละคนมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบ ทัศนคติ รสนิยม เงื่อนไขชีวิต ฯลฯ สำหรับเรื่องบ้าน รวมทั้งการจัดตกแต่งบ้าน แต่ละคนก็จะชอบในแบบที่เป็นของตนเอง มาลองค้นหาและสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการเลือกแต่งบ้านในสไตล์ที่เป็นคุณ กับไอเดียการจัดตกแต่งบ้าน 5 แบบ 5 สไตล์ ที่เราขอนำมาฝากกันดีกว่าค่ะ ใครชอบแบบไหนและแบบไหนที่เป็นสไตล์ของคุณ ก็ลองนำไปปรับใช้กับการตกแต่งบ้านของคุณกันดูนะคะ

แต่งบ้านแบบคลาสสิค

สไตล์คลาสสิค  เป็นการจัดตกแต่งภายในบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ใช้โทนสีที่ดูอบอุ่นมีสไตล์ หรูหรา ดูมีฐานะ ซึ่งการตกแต่งสไตล์นี้จะต้องการพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ จึงไม่ค่อยเหมาะกับบ้านหรือห้องที่มีขนาดเล็กสักเท่าไหร่ เพราะจะทำให้ห้องดูแคบลงได้นั่นเอง

3.2

แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

สไตล์โมเดิร์น มีความทันสมัยเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา การออกแบบตกแต่งเน้นให้ตรงกับความต้องการของคนหนุ่มสาว ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย สีสันนำสมัย เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นแต่มีคุณภาพและใช้ประโยชน์ได้จริง แถมยังทำให้บ้านดูสวยน่าอยู่และทันสมัยขึ้นอีกด้วยนะ

3.3

แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

สไตล์โมเดิร์น มีความทันสมัยเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา การออกแบบตกแต่งเน้นให้ตรงกับความต้องการของคนหนุ่มสาว ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย สีสันนำสมัย เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นแต่มีคุณภาพและใช้ประโยชน์ได้จริง แถมยังทำให้บ้านดูสวยน่าอยู่และทันสมัยขึ้นอีกด้วยนะ

3.4

แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

สไตล์โมเดิร์น มีความทันสมัยเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา การออกแบบตกแต่งเน้นให้ตรงกับความต้องการของคนหนุ่มสาว ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย สีสันนำสมัย เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นแต่มีคุณภาพและใช้ประโยชน์ได้จริง แถมยังทำให้บ้านดูสวยน่าอยู่และทันสมัยขึ้นอีกด้วยนะ

3.5

แต่งบ้านสไตล์เรโทร  

สไตล์เรโทร เป็นรูปแบบการแต่งบ้านที่มีการใช้สีสันตกแต่งผนังที่ฉูดฉาด มีเส้นสายและลวดลายแบบกราฟฟิก แต่รูปทรงจะมีความโค้งมนและนุ่มนวลกว่าโมเดิร์น

แต่ละแบบที่นำเสนอ ถ้ายังไม่ตรงใจคุณเท่าไร ก็อาจนำแต่ละสไตล์มา mix and match กันก็ได้ ก็จะเป็นอีกสไตล์หนึ่งที่ตรงกับคุณมากกว่า เมื่อเลือกสไตล์ได้แล้ว การเลือกซื้อของตกแต่งบ้านก็ง่ายขึ้นมาก สามารถวางแผนการตกแต่ง  ควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายได้  ดังนั้นจึงควรใส่ใจรายละเอียด เลือกสีที่ชอบ คุมโทนสีต่างๆ ตกแต่งให้มีเสน่ห์และความพอดีของสีที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม สไตล์การแต่งบ้านแต่ละสไตล์มีข้อดีและสวยงามต่างกันไป สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกแบบที่คุณชอบจริงๆนะคะ

หลักการจัดสวนหย่อมข้างบ้านให้สวยงามน่าอยู่

2.1

ในตัวเมืองใหญ่ๆ พื้นที่ส่วนใหญ่มีราคาสูง และถูกจับจองเป็นร้านค้า ห้างหรืออาคารเสียส่วนใหญ่ พื้นก็จะมีแต่พื้นซีเมนต์ หาพื้นที่สีเขียวยากมากๆ  ผู้คนส่วนใหญ่ที่มีบ้านอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่ต้องการให้บ้านร่มรื่น มีสีสรรค์ของต้นไม้ใบหญ้าบ้าง จึงนิยมจัดสวนหย่อมไว้ภายในบ้าน ทั้งนี้เพื่อนำมาทดแทนพื้นที่สีเขียวที่ขาดหายไป และเพิ่มความโดดเด่นสวยงามให้กับบ้านนั่นเอง

การจัดสวนหย่อม เป็นการจัดสวนขนาดเล็กๆ ใช้พื้นที่ในการจัดไม่มาก โดยจัดเป็นจุดๆ ในบริเวณต่างๆ ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสวนหน้าบ้าน มุมตัวบ้าน มุมต้นไม้ใหญ่ บริเวณมุมใดมุมหนึ่งของสนามหญ้าหรือหน้าบ้าน กลางบ้านหรือบริเวณทางเดิน ที่สามารถจัดได้ทั้งบนพื้นที่ราบ ลาดเอียงหรือเนินก็ได้  เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงามและความร่มรื่น น่าอยู่ให้กับบ้านของคุณยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเรามาจัดสวนหย่อมข้างบ้านของเรากันดีกว่าค่ะ

องค์ประกอบของการจัดสวนหย่อม

ไม้ประธาน

ไม้พุ่มที่เป็นจุดเด่นของสวนหย่อม อาจเป็นไม้ระดับสูงเช่น หมากเขียว สิบสองปันนา ปรงญี่ปุ่น สนบลู ไม้ดัด หรือไม้ระดับต่ำกว่านี้แต่มีความโดดเด่น ของรูปทรง เช่น อากาเว่ ในกรณีที่สวนหย่อมอยู่ตรงมุมอาคาร หรือริมกำแพง ไม้ประธานที่เป็นพุ่มสูงสามารถใช้เป็นองค์ประกอบที่ช่วยลดความกระด้างของกำแพงได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ แถมยังทำให้กำแพงบ้านดูมีสีสันขึ้นอีกด้วยนะ

2.2

ไม้พุ่มประดับรองจากไม้ประธาน

ไม่พุ่มประดับก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการจัดสวนหย่อมอีกอย่างหนึ่งเลยล่ะ ซึ่งจะเชื่อมระดับความสูงระหว่างไม้ประธานไปสู่ไม้คลุมดินได้อย่างดีและเพิ่มสีสันให้กับสวน เช่น เทียนทอง รางทอง เศรษฐีไซ่ง่อน เป็นต้น

ไม้คลุมดิน

ไม้ประดับต่ำสุด เป็นองค์ประกอบที่เชื่อมระดับความสูงกับพื้นที่สนามหญ้า เลือกสีให้ตัดกับไม้พุ่ม เพื่อให้สวนโดดเด้งขึ้นมา ตัวอย่างเช่น หัวใจม่วง ผกากรอง คุณนายตื่นสาย ดาดตะกั่วเป็นต้น ซึ่งไม้คลุมดินเหล่านี้จะช่วยคลุมหน้าดินและยังทำให้พื้นสวนหย่อมดูสวยน่าชมมากเลยล่ะ

2.3

องค์ประกอบอื่นๆ ของสวน

ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ของสวนที่สำคัญได้แก่ หิน แปลงกรวด ประติมากรรม บ่อน้ำขนาดเล็ก น้ำพุ น้ำตก เป็นต้น เคล็ดลับเกี่ยวกับการวางหินประดับสวน ควรเป็นหินชนิดเดียวกันเพื่อให้เกิดความกลมกลืนหรือใช้จังหวะของการจัดวางและวิธีการวาง ตั้ง นอน เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ หินชนิดเดียวกันที่มีรูปทรงเดียวกันนั้นจัดสวนได้ยาก

หากใครกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการจัดสวนอยู่แล้วละก็อย่ารอช้าค่ะ ลุยเลยเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวเติมจิตสดชื่นให้กับตัวเองและบ้านของเรา และที่สำคัญอย่าลืมนำไอเดียของเราไปจัดสวนหย่อมกันดูนะคะ รับรองเลิศแน่นอน

ชวนจัดโต๊ะทำงานให้สวยงามและเป็นระเบียบ

ถ้าบ้านคือ สิ่งสะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย โต๊ะทำงานก็คือภาพลักษณ์ของเจ้าของโต๊ะ ดังนั้นการจัดโต๊ะทำงานให้มีระเบียบ จึงนับเป็นไอเดียที่ชาญฉลาดที่ช่วยประชาสัมพันธ์ตัวเอง นอกเหนือจากจะเอื้อความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว เรายังสามารถใส่ไอเดียในการจัดแต่งที่เราชื่นชอบได้อีกด้วย ซึ่งก็จะทำให้โต๊ะทำงานของเราดูสวยและน่าใช้กว่าเดิมมากทีเดียวเลยล่ะ

1.1

จัดหมวดหมู่ของใช้ให้เป็นระเบียบ

จัดหมวดหมู่ของใช้ บรรดาอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ในลิ้นชัก ใส่กล่องเล็กๆ ลงในลิ้นชัก เพื่อแยกเก็บของแต่ละประเภทให้เป็นระเบียบ เช่น กล่องสำหรับใส่เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างกล้องดิจิตัล กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ แยกต่างหากจากกล่องใส่อุปกรณ์สำนักงานเล็กๆ อย่างคลิปหนีบกระดาษ เป็นต้น ซึ่งก็จะทำให้โต๊ะทำงานดูเป็นระเบียบมากขึ้นและหยิบจับของได้ง่ายอีกด้วย

จัดของที่ใช้บ่อยๆ ไว้ใกล้ตัว

ส่วนของที่เรามักจะใช้บ่อยๆ เป็นประจำ ควรตั้งไว้ใกล้ตัวที่สุด ถ้าโต๊ะทำงานของคุณมีลิ้นชักหลายช่องให้ใช้ช่องที่อยู่ใกล้มือ สะดวกในการดึงเข้าดึงออกเซ็ตเป็นพื้นที่สำหรับใส่อุปกรณ์การทำงานที่ใช้เป็นประจำทุกวัน รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้เป็นประจำทุกสัปดาห์ทุกเดือน เพื่อความสะดวกในการค้นหา เช่น ที่เย็บกระดาษ โพสอิท ลิคควิดเปเปอร์ ส่วนใครที่โต๊ะไม่มีลิ้นชักมากมาย เสริมฟังก์ชั่นให้โต๊ะได้ด้วยการหาถาดใส่ของแบบที่มีหลายชั้นมาวางไว้ด้าน ซ้ายหรือขวามือของจอคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งถาดบนใส่เอกสาร ถาดล่างใส่อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ ไล่ลำดับอุปกรณ์ที่ใช้บ่อยที่สุด ลงมาถึงนานๆ ครั้ง จากชั้นบนลงมาถึงพื้นโต๊ะ

1.2

จัดแบ่งไฟล์เอกสารให้เป็นระเบียบ

จัดและแบ่งหมวดหมู่ไฟล์เอกสาร โดยจัดแยกประเภทของข้อมูลงานเป็นหมวดต่างๆ จัดลำดับความเร่งด่วนของงานรูปแบบเอกสารและนำรวมเข้าแฟ้มต่างๆ ที่ติดสันด้วยกระดาษสีมีดีไซน์และตัวหนังสือบอกเนื้อหา เพื่อความสะดวกสบายในการค้นหา

สายไฟ เก็บไว้ในที่ลับตา

จัดการกับเรื่องเส้นสาย เก็บสายไฟไม่ว่าจะเป็นสายคอมพิวเตอร์ สายโทรศัพท์ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยการใช้เทปสักหลาดสีกลมกลืนกับโต๊ะไล่ติดยึดเส้นสายไฟให้แนบกับโต๊ะเป็นระยะ พยายามติดในบริเวณที่ลับตา หรือซ่อนไว้ในซอกมุมที่ไม่เห็นเพื่อความสะอาดและสวยงาม

หนังสือ ติดโต๊ะไว้ก็ดีนะ

เติมวิสัยทัศน์ให้โต๊ะทำงาน ด้วยการหาหนังสือวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับสายงานมาวางไว้สักเล่มสองเล่ม ที่มีที่คั่นหนังสือแทรกในบางหน้า จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้คุณเป็นคนมีวิสัยทัศน์และขยันใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ที่สำคัญหากคุณหยิบมันมาอ่านและนำไปใช้ประโยชน์จริงๆ ก็จะช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าในอาชีพได้